บันทึกอนุทินครั้งที่12
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2562
เวลาเรียน11:30-14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)
ในสัปดาห์นี้ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วเรื่องอาหารและโภชนาการสำหรับเด็ก
และนำเสนอแผ่นผับที่เกี่ยวกับอาหารสำหรับเด็ก
หลักการจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย
ผู้เลี้ยงดูเด็ก ควรคำนึง
หลักการจัดเตรียมอาหารที่จะสามารถให้ประโยชน์แก่ เด็กได้อย่างเต็มที่
โดยใช้งบประมาณที่เหมาะสมการจัดการที่สอด คล้องกับสภาพพื้นที่โดยยึดหลักดังนี้
1. การจัดอาหารที่มีประโยชน์
2. เป็นอาหารที่มีคุณค่า
3. การจัดอาหารที่ประหยัด
อาหารที่มีประโยชน์ หมายถึง อาหารที่เมื่อเด็กบริโภคเข้าไปแล้วอาหารนั้นจะถูกย่อยและได้
สารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกายดูดซึมผ่านเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่างๆ
ซึ่งกำลังเจริญเติบ โต เช่น ส่วนสูงเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
พร้อมทั้งบำรุงกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอต่างจากอาหารที่ไม่มีประโยชน์
ซึ่งหมายถึง อาหารที่มีสารอาหารอยู่
น้อยหรือไม่มีลายหรือมีสารอาหารอยู่บ้างแต่มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงอย่างเดียว
เช่น อาหารที่ให้แป้งและน้ำตาลแต่เพียงเดียวทั้งชนิด ที่ราคาแพงและราคาถูก
การจัดรายการอาหารและการจัดอาหารสำหรับเด็ก
สถาน คือ อาหารหลัก 1 มื้อ
และอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มในตอนเช้าและบ่ายอีก 2 มื้อ รวมเป็น 3 มื้อ อาจแยกได้
ดังนี้
1. อาหารหลัก เป็นอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการในการเสริมสร้างความเจริญเติบโต
มีคุณค่าทางอาหารมาก เพื่อความสะดวก ของผู้เลี้ยงดูเด็ก
ควรจัดเป็นรูปแบบอาหารจานเดียวที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งคุณค่าทางโภชนาการและเด็กสะดวกในการกินอาหารจานเดียว
หมายถึง อาหารที่ปรุงสำเร็จใส่มาในจานเดียวกินได้โดยไม่ต้องมีอาหารอื่น
เป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน กำหนดคุณค่าทางอาหารได้ชัดเจน เช่น ข้าวผัด
ก๋วยเตี๋ยวทั้งน้ำและแห้ง ผัดมักกะโรนี ผัดไทย ซึ่งต้องมีอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
เนื้อสัตว์ ผัก เด็กจะกินได้สะดวก ข้อดีของอาหารหลักประเภทอาหารจานเดียว คือ
ไม่ต้องเสียเวลาประกอบอาหารมาก
2. อาหารว่าง
เป็นอาหารที่มิใช่อาหารคาวหรืออาหารหวาน แต่เมื่อเด็กกินแล้วจะอิ่ม
ใช้สำหรับเสริมให้แก่เด็กก่อนกินอาหารกลางวันเวลา 10.00 น.
เพราะเด็กบางคนอาจกินอาหารเข้ามาน้อยหรือไม่ได้กินเลย และก่อนกลับบ้านเวลา 14.00
น. เพื่อเสริมหากเด็กกินข้าวเที่ยงน้อยหรือมิให้ท้องว่างเกินไปก่อนกินอาหารเย็น
ควรเป็นอาหารที่เตรียมง่าย หาได้ในท้องถิ่น เช่นชาละเปา ข้าวต้มมัด ฟักทอง นึ่ง
ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคูไส้หมู แซนวิชง่าย ๆ หลักการจัดอาหารว่างเสริมให้แก่เด็ก
จะต้องจัดอาหารที่ให้แคลอรีและโปรตีน
3. อาหารหวาน
เป็นอาหารที่สามารถเสริมคุณค่าของอาหารหลักได้ จะมีรสชาติหวานน้อยไปจนหวานมาก
ผู้เลี้ยงดูเด็กไม่ควรเลือกอาหารที่ให้ความหวานแต่เพียงอย่างเดียว
ควรเลือกขนมหวานที่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วย เช่น
ของหวานระหว่างขนมวุ้นใส่น้ำเชื่อมกับขนมถั่วแดงน้ำเชื่อม ควรเลือกถั่วแดงที่จะให้คุณค่ามากกว่า
โดยอาจใส่สีแดงหรือนมสดในถั่วแดงเป็นถั่วแดงเย็น เพื่อเปลี่ยนรสชาติของเด็ก
นำเสนอแผ่นพับที่เกี่ยวกับอาหารสำหรับเด็ก
แผ่นพับเรื่อง ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก 6-12 เดือน
ผลไม้สามารถทำให้ลูกน้อยรู้จักการ เรียนรู้รสหวานจากน้ำตาลฟรุกโตส
ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กับพัฒนาการของลูก โดย ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก 6-12 เดือน มีดังนี้
o กล้วย เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายของเด็ก
ช่วยแก้อาการท้องผูก เมื่อเด็กได้รับประทานกล้วย
โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าสุกเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้เด็กไม่มีอาการท้องผูก
เพราะกล้วยมีเส้นใยอาหารอยู่มาก จึงช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก
มีโพแทสเซียมและคุณค่าทางอาหารสูง
o ส้ม ผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยาระบาย
ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ป้องกันไข้หวัด และยังมีวิตามินซี
ช่วยดูดซึมธาตุเหล็กและช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟันด้วย
และภาวะความเป็นกรดที่ช่วยให้การย่อยโปรตีนจากนมดีขึ้น
ซึ่งส้มก็มีหลากหลายสายพันธุ์ พันธุ์ที่นิยมให้เด็กๆรับประทานและดีต่อระบบขับถ่ายของเขาก็คือ
พันธุ์ส้มเขียวหวาน
o มะม่วงสุก มีเบต้าแคโรทีนช่วยบำรุงสายตา
มีแอนติออกซิแดนท์ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ด้วย
o อะโวคาโด มีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม
มีวิตามินอี และกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจ แต่คุณแม่ควรจำกัดปริมาณ
ไม่ควรให้ลูกกินมากเกินไป เพราะอโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง
o มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยาระบาย
ช่วยแก้อาการท้องผูก ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ไม่ว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่
เมื่อได้รับประทานมะละกอแล้วจะทำให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้อย่างปกติ
และสบายท้อง หมดปัญหาเรื่องอาการแน่นท้อง ท้องผูก
o แตงโม เป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะจึงสามารถช่วยแก้กระหาย
ดับร้อนได้ เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน เด็กๆมักจะชอบรับประทาน
ที่สำคัญดีต่อระบบขับถ่ายของเด็กอีกด้วย
นอกจากนี้แตงโมยังมีสรรพคุณในการช่วยล้างทำความสะอาดไตในวัยผู้ใหญ่ด้วย
o แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยาระบาย
เพราะมีสารเพคตินเป็นไฟเบอร์ที่สำคัญในระบบย่อยอาหาร ซึ่งสามารถช่วยในการขับถ่าย
มีประโยชน์ต่อลำไส้ รวมทั้งช่วยบรรเทาอาการท้องผูกและท้องเสีย อีกทั้งยังมีวิตามิน
A, B1, B2, B6, คลอไรด์ เหล็ก แคลเซียม และโซเดียม









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น