วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

บันทึกอนุทินครั้งที่6

บันทึกอนุทินครั้งที่6
วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2562
เวลาเรียน11:30-14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)


ในชั่วโมงนี้เป็นการเรียนชดเชยในวันที่หยุดเพราะฝุ่น P.M2.5 เยอะเกินไปในการเรียนครั้งนี้อาจารย์ได้ให้
หัวข้อความต้องการของเด็ก)ฐมวัยเเละให้ออกมานำเสนอให้เพื่อนๆฟังหน้าชั้นเรียน

บรรายากาศในห้องเรียน


1.การสนองความต้องการของเด็กปฐมวัยมี 4 ด้านดังนี้ 

พัฒนาการด้านร่างกายเด็กบังคับกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
→ เด็กชอบปีนป่ายเตะบอล รักลูกบอล ชอบเล่นในสนาม เด็กสามารถขี่ จักรยานสามล้อได้ พัฒนาการด้านสติปัญญา 
→เด็กเชื่อว่าสิ่งของทุกอย่างมีชีวิติ (Animism) เด็กชอบเล่นสมมุติโดยจะเอาตุ๊กตาตามมาเล่นแล้วสมมุติ เป็นพ่อแม่ลูก แสดงท่าป้อนข้าวลูก อาบน้ำแต่งตัวให้ลูก แสดงเป็นเรื่องราวเหมือนว่าตุ๊กตาเป็นสิ่งมีชีวิต เด็กเชื่อว่าทุกสิ่งในโลกมีจุดหมาย
 →เด็กมักถามว่า ทำไม” “ทำไมรถจึงวิ่งฯลฯ เด็กจะเชื่อมโยงปรากฏการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันว่าเป็นเหตุและเป็นผลซึ่งกันและกัน

พัฒนาการด้านสติปัญญา ลักษณะเฉพาะของพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัย มีดังนี้ 
→เด็กวัยอนุบาลเป็นวัยที่ใช้สัญลักษณ์ได้ สามารถที่จะใช้สัญลักษณ์แทนสิ่งของวัตถุ
และสถานที่ได้ มีทักษะการใช้ภาษาอธิบายสิ่งต่าง ๆ ได้ สามารถที่จะอธิบายประสบการณ์ของตนได้ ดังนั้นควรจัดกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสออกมาหน้าชั้น เล่าประสบการณ์ให้เพื่อนร่วมชั้นฟัง แต่ครูควรจะพยายามส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน เด็กวัยนี้สามารถที่จะวาดภาพพจน์ในใจได้ 
→การใช้ความคิดคำนึงหรือการสร้าง
จินตนาการและการประดิษฐ์ เป็นลักษณะพิเศษของเด็กในวัยนี้ ถ้าครูจะส่งเสริมให้เด็กใช้การคิดประดิษฐ์ในการเล่าเรื่อง หรือการวาดภาพ ก็จะช่วยพัฒนาการด้านนี้ของเด็ก แต่บางครั้งเด็กอาจจะไม่สามารถแยกสิ่งที่ตนสร้างจากความคิดคำนึงจากความจริง ครูจะต้องพยายามช่วย แต่ไม่ควรจะใช้การลงโทษเด็กว่าไม่พูดความจริง เพราะจะทำให้เป็นการทำลายความคิดคำนึงของเด็กโดยทางอ้อม เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่มีความตั้งใจทีละอย่าง หรือยังไม่มีความสามารถที่จะพิจารณา
หลาย ๆ อย่างผสม ๆ กัน เด็กจะไม่สามารถแบ่งกลุ่มโดยใช้เกณฑ์หลาย ๆ อย่างปนกัน ยกตัวอย่างการแบ่งกลุ่มของวัตถุที่มีรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ กัน เช่น สามเหลี่ยม วงกลม ฯลฯ จะต้องแบ่งโดยใช้รูปร่างอย่างเดียว เช่น สามเหลี่ยมอยู่ด้วยกัน และวงกลมอยู่กลุ่มเดียวกัน ถ้าผู้ใหญ่จะรวมวงกลมและสามเหลี่ยมผสมกัน โดยยึดสีเดียวกันเป็นเกณฑ์ เด็กวัยนี้จะไม่เห็นด้วย

พัฒนาการด้านอารมณ์ เด็กเริ่มมีลักษณะอารมณ์แบบผู้ใหญ่ คือ โกรธ อิจฉา กังวล ก้าวร้าว พอใจ เป็นต้น เด็กจะแสดงความโกรธ ด้วยการกรีดร้อง ดิ้นกับพื้น หรือทำร้ายตัวเองแสดงความอิจฉาเมื่อมีน้องใหม่เวลาเล่นสนุกๆก็จะแสดง ความพอใจ แต่เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องเด็กก็จะกลัว

พัฒนาการด้านสังคม เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ดีขึ้น อาบน้ำ แต่งตัว ใส่รองเท้าเอง บอกเวลาจะถ่ายได้ ถอดกางเกง เข้าห้องน้ำเอง และทำความสะอาดหลังขับถ่ายได้ - เด็กเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตัว เพื่อให้สังคมยอมรับ ทำตัวให้เข้ากลุ่มได้ รู้จักให้ รับ รู้จักผ่อนปรน รู้จักแบ่งปัน เด็กเรียนรู้จากคำสอน คำอธิบายและการกระทำของพ่อแม่ เด็กรู้สึกละอายใจเมื่อทำผิด เด็กเริ่มรู้จักเห็นใจ ผู้อื่น เมื่อเห็นแม่เสียใจเด็กอาจเอาตุ๊กตามาปลอบ เป็นต้น







บันทึกอนุทินครั้งที่5

บันทึกอนุทินครั้งที่5
วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2562
เวลาเรียน11:30-14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)

สัปดาห์นี้เรียนเรื่องที่เกี่ยวกับบทที่5
เรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

ความหมายของการอบรมเลี้ยงดู
คุณภาพและประสิธิภาพของมนุษย์นี้ขึ้นอยู่กับพัฒนการของแต่ละคนตามวัยต่างๆโดยเฉพาะบุคคลในวัยทำงานนั้นจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ การฝึกฝน และประสบกสรณ์ที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน

บทบาทและหน้าที่ของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู
1.มีเจตคติที่ดี
2.สนองความรักความต้องการในทุกด้าน
3.ถ่ายทอดวัฒนธรรมให้กับเด็ก
4.ปลูกฝังเจตคติที่ดีต่อบุคคลและสิ่งต่างๆ
5.ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปํญญา
6.ส่งเสริมส่งแวดล้อมให้แก่เด็ก
7.ทำตัวเป็นครูของลูก



บทบาทของพ่อแม่ที่ไม่เหมาะสมในการอบรมเลี้ยงดู
1.การตี
2.การขู่
3.หารให้สินบน
4.การเยาะเย้ย
5.การทำโทษรุนแรงเกินไป
6.การคาดโทษ
7.การกระทำที่ทำให้ได้รับความบาดเจ็บ
8.การกระทำที่ทำให้ได้รับความอับอาย




การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
1.นมแม่มีสารอาหารครบถ้วน
2.นมแม่สะดวกไม่ต้องเสียเวลาชง
3.นมแม่สะอาดและปลอดภัย
4.นมแม่มีสารป้องกันการติดเชื้อ
5.นมแม่ลดอัตราการเกิดภูมิแพ้
6.นมแม่ไม่ทำให้ลูกอ้วน
7.นมแม่มีผลดีต่อจิตใจ



หลักการในนมทารกด้วยนมแม่
การเตรียมตัวของแม่ก่อนคลอด ควรมีการออกำลังกาย และเตียมใจไว้ด้วยการเตรียมหัวนมควรจะเริ่มทำในระยะกลางๆของการตั้งครรภ์ถ้าหัวนมบุ๋มหรือบอดก็อาจจะต้องดึงและนวดเต้านม
การให้นมลูกอาจให้ทุก 3-4 ชั่วโมงหรือตามความต้องการของลูกก็ได้ระยะแรกๆหลังคลอดอาจให้ดูดสลับทั้ง2เต้าในแต่ละมื้อ
การผสมนม การเลี้ยงดูด้วยนมผสมก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากในครอบครัวปัจจุบันที่แม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านหรือไม่มีน้ำนมหรือเวลาในการเลี้ยงดูลูก ดั้งนั้นแม่จึงควรมีความรู้ในหารให้นทผสม





บันทึกอนุทินครั้งที่4

บันทึกอนุทินครั้งที่
วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2562
เวลาเรียน11:30-14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)


อาจารย์บาสแลกเปลี่ยนเวลาเรียนกับอาจารย์มุกให้ไปเรียนในสัปดาห์หน้าของอาจารย์บาส





บันทึกอนุทินครั้งที่3

บันทึกอนุทินครั้งที่3
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2562
เวลาเรียน11:30-14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)

ในการเรียนสัปดาห์นี้เป็นการนำเสอนพัฒนาการของมนุษย์ตามนักทฤษฎี ตามที่อาจารย์ได้ให้แต่ละกลุ่มแบ่งกันเอาเองโดยแต่ล่ะกลุ่มต้องมี 5-6 คนเท่านั้น ส่วนกลุ่มของดิฉันมี6คน ได้พํฒนาการด้านร่างกาย ของนักทฤษฎี ซิกมัน ฟรอยต์ และ กีเซล

มาดูภาพบรรยากาศในการนำเสนอทั้งของเพื่อนๆ


ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud)ได้กล่าวถึงพลังงานพื้นฐานทางจิตที่เรียกว่า Libido ซึ่งเกิดมาพร้อมกับมนุษย์ พลังงานเหล่านี้เป็นแหล่งของแรงขับทางเพศของบุคคลทั้งหมด โดยเน้นว่าชีวิตเพศของมนุษย์มิได้เริ่มเมื่อวัยหนุ่มสาว หากแต่เริ่มมาตั้งแต่เด็กและจะค่อยๆ พัฒนาเปลี่ยนรูปแบบเป็นลำดับขั้นขึ้นไป แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามขั้นจะมีการชะงัก หรือการถอยกลับ ทำให้มีผลสะท้อนไปถึงบุคลิกภาพตอนโตฟรอยด์ได้แบ่งขั้นพัฒนาการทางเพศไว้ 5 ขั้นตอน คือ ขั้นปาก ขั้นทวารหนัก ขั้นอวัยวะเพศ ขั้นพักหรือขั้นแฝง ขั้นเพศ


อาร์โนลด์ กีเซล ได้สร้างเกณฑ์มาตรฐานสำหรับวัดพฤติกรรมของเด็กในแต่ละระดับ เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรม ซึ่งเขาได้แบ่งพัฒนาการของเด็กที่ต้องการวัดและประเมินออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่

1. พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว ครอบคลุมการบังคับอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและความสัมพันธ์ทางด้านการเคลื่อนไหว
2. พฤติกรรมทางการปรับตัว ครอบคลุมความสัมพันธ์ของการใช้มือและสายตา การสำรวจ ค้นหา การกระทำต่อวัตถุ การแก้ปัญหาในการทำงาน
3. พฤติกรรมทางการใช้ภาษา ครอบคลุมการที่เด็กใช้ภาษา การฟัง การพูดการอ่านและการเขียน
4. พฤติกรรมส่วนตัวและสังคมควบคุมการฝึกปฏิบัติส่วนตัวเช่นการกินอาหารการขับถ่าย




วันหยุดฝุ่นเยอะ


P.M 2.5คืออะไร
ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) เป็นการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชนทั่วไป เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบถึงสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ว่าอยู่ในระดับใด มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยหรือไม่ ดัชนีคุณภาพอากาศ 1 ค่า ใช้เป็นตัวแทนค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ได้แก่
  • ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5เป็นฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกิดจากการเผาไหม้ทั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟป่า และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอดได้ เป็นผลทําให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดต่างๆ หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานจะสะสมในเนื้อเยื่อปอด ทําให้การทํางานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ทําให้หลอดลมอักเสบ มีอาการหอบหืด
  • ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10เป็นฝุ่นที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 10 ไมครอน เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง การเผาในที่โล่ง กระบวนการอุตสาหกรรม การบด การโม่ หรือการทําให้เป็นผงจากการก่อสร้าง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเนื่องจากเมื่อหายใจเข้าไปสามารถเข้าไปสะสมในระบบทางเดินหายใจ
  • ก๊าซโอโซน (O3เป็นก๊าซที่ไม่มีสีหรือมีสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นฉุน ละลายน้ำได้เล็กน้อย เกิดขึ้นได้ทั้งในระดับบรรยากาศชั้นที่สูงจากผิวโลก และระดับชั้นบรรยากาศผิวโลกที่ใกล้พื้นดิน ก๊าซโอโซนที่เป็นสารมลพิษทางอากาศคือก๊าซโอโซนในชั้นบรรยากาศผิวโลก เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย โดยมีแสงแดดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยก่อให้เกิดการระคายเคืองตาและระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจและเยื่อบุต่างๆ ความสามารถในการทำงานของปอดลดลง เหนื่อยเร็ว โดยเฉพาะในเด็ก คนชรา และคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง
  • ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เป็นก๊าซที่ไม่มีสี กลิ่น และรส เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ก๊าซนี้สามารถสะสมอยู่ในร่างกายได้โดยจะไปรวมตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าออกซิเจนประมาณ 200-250 เท่า เมื่อหายใจเข้าไปทำให้ก๊าซชนิดนี้จะไปแย่งจับกับฮีโมโกลบินในเลือด เกิดเป็นคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน (CoHb) ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายลดน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย และหัวใจทำงานหนักขึ้น
  • ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและกลิ่น ละลายน้ำได้เล็กน้อย มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ หรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ อุตสาหกรรมบางชนิด เป็นต้น ก๊าซนี้มีผลต่อระบบการมองเห็นและผู้ที่มีอาการหอบหืดหรือ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
  • ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2เป็นก๊าซที่ไม่มีสี หรืออาจมีสีเหลืองอ่อนๆ มีรสและกลิ่นที่ระดับความเข้มข้นสูง เกิดจากธรรมชาติและการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่มีกำมะถัน (ซัลเฟอร์) เป็นส่วนประกอบ สามารถละลายน้ำได้ดี สามารถรวมตัวกับสารมลพิษอื่นแล้วก่อตัวเป็นอนุภาคฝุ่นขนาดเล็กได้ ก๊าซนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ หากได้รับเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้


บันทึกอนุทินครั้งที่2

บันทึกอนุทินครั้งที่2
วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562
เวลาเรียน11:30-14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)

สัปดาห์นี้เรียนเกี่ยวกับเรื่อง ทฤษฎีกับการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับพัฒนาการทั้ง4ด้านของแต่ละนักทฤษฎีว่าใครที่มีความคิดเกี่ยวกับด้านต่างๆของเด็กในแต่ละพัฒนาการ และได้แบ่งกลุ่มในออกมานำเสนอเกี่ยวกับด้านต่างๆที่ตัวเองได้รับในสัปดาห์หน้า


การวิเคราะห์ของนักทษฎี

    1.ซิกมันด์ ฟรอยด์เป็นนักจิตวิทยาชาวออสเตรียที่มีความเชื่อว่าพัฒนาการบุคลิกภาพของคนขึ้นอยู่กับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานทางด้านสรีระ หรือที่เขาเรียกว่าแรงขับโดยสัญชาติญาณ



    2.อีริค อีริคสันเป็นนักจิตวิทยาพัฒนาการที่มีชื่อเสียงและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากมีแนวคิดว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญและพร้อมเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว 
                                                     

     3.อาร์โนลด์ กีเซลเป็นนักจิตวิทยาที่มีความเชื่อในเรื่องของความเจริญเติบโตตามวุฒิภาวะ โดยกล่าวว่า วุฒิภาวะเป็ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างมีระเบียบ โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งเร้าภายนอก


     4.ฌอง เพียเจท์นักจิตวิทยาชาวสวิส ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กและพัฒนาการทางสติปัญญา


     5.ลอเรนซ์ โคลเบิร์กเป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้ศึกษาค้นคว้าทางด้านพัฒนาการทางจริยธรรม ซึ่งได้รับอิทธิพลความคิดและผลงานมาจากเพียเจท์

 6.เจอโรม บรุนเนอร์ได้เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับพัฒนาการทางการคิดและใช้เหตุผล โดยอาศัยแนวคิดของเพียเจท์เป็นหลัก








บันทึกอนุทินครั้งที่1

บันทึกอนุทินครั้งที่1
วันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562
เวลาเรียน11:30-14:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)


ในการเรียนสัปดาห์แรกอาจารย์ก็แนะแนวการสอนและตกลงกฎระเบียบของห้อง เกณฑ์การให้คะแนน และส่งงานที่ต้องไปเก็บชั่วโมงที่โรงเรียนสาธิตด้วย ในชั่วโมงนี้ไม่ได้มีการเรียนการสอนแต่อย่างใด แต่มีการทำข้อตกลงกันในห้องเรียน

❤❤❤ภาพบรรยากาศในห้องเรียน❤❤❤